vendredi, juin 09, 2006

โทรเลข

ปวดท้อง กินยาทุกมื้อ เบื่อมาก
งดเขียนงาน ขาดความคิดสร้างสรรค์
เดือนหน้าเจอกัน
ขอบคุณ
....
ส่งโทรเลขเกิน 25 คำ จะเสียเงินอีกอัตราหนึ่ง
ส่งมาหาแค่ 22 คำ จะได้ประหยัด เก็บเงินไว้ซื้อวิตามินธาตุเหล็ก

jeudi, mai 25, 2006

ส่งข่าว

ยาระงับการไหลเวียนของเลือดมีผลข้างเคียงไม่พึงประสงค์ทำให้การรับยาดังกล่าวเข้าสู่ร่างกายในครั้งแรกมีผลให้กระเพาะขย้อนอาหารที่กินเข้าไปได้เพียงน้อยนิดออกมาหมดไส้หมดพุง นั่งเอนหลังหลับตาไปได้ซักพักเพื่อให้แน่ใจว่าจะไม่มีการขย้อนออกมารอบสองก็รวมรวมพลังที่ยังคงเหลือลุกขึ้นเพื่อจะไปนอนพักผ่อนยังเตียงนุ่มๆ เลือดที่ไหลเวียนอยู่เพียงน้อยนิดในร่างกายประกอบกับผลข้างเคียงของฤทธิ์ยาก็ส่งผลให้หน้ามืดจวนจะเป็นลม อาศัยความคุ้นเคยที่พักอยู่ในห้องนี้มานานแสนนานทำให้พอหลับตาเดินไปถึงเตียงได้อย่างปลอดภัย ยาเจ้ากรรมมีเหตุให้ตามไปจองเวรกันต่อเนื่องถึงห้าวัน โดยมีกำหนดจำนวนพันมิลลิกรัมในการกินวันละสามครั้งในแต่ละวัน ผลข้างเคียงในวันแรกรุนแรงถึงเท่านี้ ไม่ต้องสงสัยเลยว่าวันต่อไปจะต้องใช้พลังใจมหาศาลเพียงใดในการรับเข้าสู่ร่างกาย

การบำบัดรักษาวันที่สองเป็นไปตามคาดการณ์ การแพ้ยาไม่ได้ออกอาการคลื่นเหียนอาเจียรในวันนี้ แต่กลับออกอาการปวดหัวแทบจะแตกแทน ตื่นมาตอนเช้าแทนที่จะได้กระโดดออกจากผ้าห่มและปฎิบัติภารกิจยามเช้าด้วยความเร่งรีบ หรือจะเป็นการลุกสะลึมสะลือมาเสียบปลั๊กคอมพิวเตอร์คู่ใจที่ต่อคู่กับกล่องสัญญานอินเตอร์เนท รอคอยการต่อติดอัตโนมัติของโปรแกรมมหัศจรรย์เพื่อพูดคุยกับคนที่เฝ้ารอทั้งตื่นและหลับฝัน ในวันนี้โรคภัยไข้เจ็บอนุญาตให้เพียงนอนกุมหัวกลิ้งไปมาด้วยความทรมานอยู่บนเตียงนอน แข็งใจลุกขึ้นมาอาบน้ำ ก็ได้รับข่าวแจ้งทางสายจากเพื่อนบ้านใจอารีว่าทำอาหารมื้อเที่ยงเอาไว้เผื่อ น่าแปลกที่ว่าอาการท้องว่างไม่ได้ก่อให้เกิดความอยากอาหารแม้แต่น้อย แต่อาจจะเป็นเสียงกระตือรือล้นกุลีกุลจอที่เปี่ยมไปด้วยน้ำใจของคนชวน ทำให้ต้องบิดหมุนกุญแจห้องแล้วเดินออกไปเคาะประตูห้องถัดไปโดยเร็ว

การรับมือของผลของยาเป็นไปได้โดยลำบาก มึนหัวมึนงงทั้งวัน สลับคู่ควบไปกับอาการปวดท้องจากโรคภัยที่ยังไม่จางหาย ถามตัวเองซ้ำแล้วซ้ำอีกหลายรอบจนตัดสินใจกินยาแก้ปวดที่หมอให้มาเพราะยังขยาดกับผลข้างเคียงของยาตัวแรกไม่รู้วาย โชคดียาแก้ปวดไม่ได้ทำให้เกิดผลข้างเคียงเหมือนยาตัวแรก อาการปวดท้องทรมานจึงไม่มาประสบพบกันอีกแล้ว คนป่วยมีแรงมาสื่อสารกับวิศวกรหนุ่มที่แวะผ่านมาในทุกวันอาทิตย์จนเป็นกิจวัตรได้ การพูดคุยกับคนที่มาเยี่ยมเยียนทำให้จิตใจที่หนักอึ้งผ่อนคลายลงไปบ้าง ได้รับแจ้งจากเพื่อนบ้านใจอารีบอกว่ามีหลายคนถามไถ่อาการเจ็บไข้ในสนามโปรแกรมมหัศจรรย์ ทำให้รู้สึกยินดีที่ในความอ่อนแอของโชคชะตาก็ยังพานพบกับสายธารแห่งน้ำใจ จะว่าไปโลกนี้ก็น่าประหลาด เหตุใดหนอคนบางคนจึงมีสายธารแห่งน้ำใจขับเคลื่อนดุจราวกับว่าเศษหนึ่งส่วนสี่ของร่างกายประกอบไปด้วยธาตุสีฟ้าอบอุ่นที่เรียกว่าธารน้ำใจ น่าฉงนใจว่าบางคนที่ยังไม่พบหน้าค่าตาซ้ำยังพำนักอยู่ไกลคนละประเทศหรือต่างทวีป ติอต่อคุยเล่นหัวกันเพียงในโปรแกรมมหัศจรรย์กลับไม่รีรอที่จะถามไถ่อาการ ถามหาหนทางติดต่อสารพัดที่สามารถทำได้ แต่บางคนที่มีหนทางติดต่อเต็มสองมือ และรับรู้เรื่องราวโดยตรงจากการบอกกล่าวของคนป่วยกลับไม่แสดงน้ำใจอื่นนอกจากบอกว่าตนรับรู้ หากการเจ็บป่วยครั้งนี้จะสอนบทเรียนให้การดำเนินชีวิตต่อไปอนาคตให้คุ้มค่าแล้ว การเจ็บป่วยเพียงครั้งเดียวก็สอนให้รู้จักน้ำจิตน้ำใจของคนได้มากมายนัก แต่สิ่งที่รับรู้ก็เพียงมาประดับความตระหนักรู้แจ้งในจิตใจตามคำสอนของพระพุทธองค์ ไม่ได้ถือเป็นเรื่องที่ทำให้จิตใจเศร้าหมองแต่ประการใด

จำได้ติดตาถึงวรรคทองของนักเขียนมือซีไรท์อย่างวินทร์ เลียววาริณที่กล่าวไว้ว่า ความอดทนเป็นสิ่งที่ทำให้คนแตกต่างกัน ไม่ได้ยิ่งใหญ่ขนาดจะสามารถโอ้อวดว่าตนยิ่งใหญ่กว่าใครหรือสำคัญมากมายนักหนาที่จะต้องนำตัวเองไปเป็นมาตรฐานเปรียบเทียบกับใคร แต่ในวันที่สามแห่งการบำบัดรักษาก็ได้แต่ถามตัวเองนับร้อยนับพันครั้งว่าไปเอาความอดทนมหาศาลอย่างนี้มาจากไหนกัน กลิ่นยาฉุนเฉียวในห้องแลปพิเศษเป็นสัญลักษณ์แสดงถึงความผิดปกติของตนเองได้ดี หมอบอกว่าเลือดผิดปกติมากจนต้องทำการตรวจชุดใหญ่ กำมือขวาให้เจ้าหน้าที่เจาะเลือดที่แขนพับดูดเลือดออกไปสามหลอดใหญ่ แล้วจึงออกมาดำเนินการด้านเอกสารประกันต่อ ระบบประกันสุขภาพของฝรั่งเศสไม่ยุ่งยากนักสำหรับคนมีเอกสารครบ ระบบประกันสุขภาพที่อายุอานามมากโขแปรตามความชำนาญและความไหลลื่นของระบบ แต่คงจะเป็นเวลาคราวเคราะห์ถึงที่สุดเพราะหนังสือเดินทางอันเป็นหัวใจของคนต่างชาติถูกเปลี่ยนที่ไปยังฝ่ายพิจารณาออกวีซ่าของสถานทูตอังกฤษ สิ่งที่จะทำได้มากที่สุดคือการไปติดต่อรระบบราชการของฝรั่งเศสเพื่อให้ออกเอกสารรับรองการมีตัวตนจริงของการออกบัตรบำนักชั่วคราวของคนต่างด้าว ข้าราชการฝรั่งเศสพูดจาดีและแสดงความเข้าใจทำให้คนป่วยไม่บอบช้ำมากเกินไปนัก เหลือบดูนาฬิกาเวลายังไม่ชนเที่ยง รีบเร่งฝีเท้าไปยังบริษัทท่องเที่ยวที่ไปติดต่อซื้อตั๋วเครื่องบินไว้เมื่อต้นเดือนที่แล้ว เจรจาขอคืนตั๋วโดยสารก่อนเที่ยวบินจะออกก็พบว่ายังขาดเอกสารบางตัวที่ต้องไปรับที่โรงพยาบาล แอบถอนใจเหนื่อยหน่ายว่าเวลายามบ่ายที่คนป่วยน่าจะได้นอนพักต่อสู้กับความปวดหัวจากฤทธิ์ของยาบนเตียงนุ่มๆจะต้องเสียไปกับการเหวี่ยงหมุนไปทุกสารทิศรอบเมืองหรือไร

ส่งมอบเอกสารให้ที่ขาดให้บริษัทประกัน เดินต่อเนื่องไปยังโรงพยาบาลที่ไปมาเมื่อวันเสาร์ ติดต่อมอบเอกสารประกันที่สมบูรณ์แล้วให้ฝ่ายทะเบียนและแจ้งความประสงค์ขอพบแพทย์ หมอบอกว่ายาที่ให้ไปไม่น่าจะทำให้เกิดผลข้างเคียงร้ายแรงเช่นนั้น แต่ก็ต้องอดทนกินต่อไปจนครบห้าวันจนกว่าจะเปิดทำการวินิจฉัยโรคใหม่ได้ หมอมอบเอกสารใบรับรองแพทย์ให้ภายหลังการแจ้งคร่าวๆว่าจะต้องนำไปประกอบยกเลิกตั๋วเครื่องบินจากการเดินทางที่ไม่มีทางเป็นไปได้เพราะอิทธิพลความเจ็บป่วย ต่อสู้กับฤทธิ์การบีบกดของยาและอาการหน้ามืดจะเป็นลมด้วยพลังใจที่บอกว่า ธุระทุกอย่างเสร็จสิ้นแล้วตรงกลับไปบ้าน แต่อาจจะเป็นเพราะกินยาแต่ไม่ได้นอนพัก ในตอนกลางคืนสมองจึงโดนบีบด้วยฤทธิ์ยาราวกับจะแตกอีกครั้ง ยกหูโทรศัพท์ไปหาเพื่อนบ้านโดยไม่รีรอว่าให้นำเอาทั้งโทรศัพท์บ้านและโทรศัพท์มือถือไปวางไว้ใกล้ๆหูเพื่อการเรียกหาในยามฉุกเฉินด้วย กระส่ายกระสับข่มตาหลับไปได้ สติสุดท้ายบอกตัวเองว่ายังไงเสียจะต้องตื่นมายลโฉมพระอาทิตย์ในเช้าวันใหม่ให้ได้

ไม่เคยคิดเหมือนกันว่าการลืมตาตื่นในแต่ละวันจะเป็นของขวัญที่พิเศษเหลือเกินสำหรับชีวิตหนึ่ง แสงแดดอบอุ่นลูบไล้มือเท้าที่ซีดเซียวเพราะการเสียเลือดจำนวนมาก ความอบอุ่นจากแสงอาทิตย์ที่สัมผัสอยู่ทุกเมื่อเชื่อวันในวันนี้ดูจะเป็นวันพิเศษเสียจริงๆ นอนมองดวงกลมของพระอาทิตย์ที่แตะปลายโค้งของขอบฟ้าแล้วก็บอกตัวเองว่าจะต้องมีพลังใจในการต่อสู่กับภาวะร่างกายอ่อนแอนี้ต่อไป นานแสนนานมาแล้วเคยถกเถียงกับมิตรคนหนึ่งว่าชีวิตเป็นเรื่องสั้นหรือเป็นเรื่องยาว เหตุไฉนบางคนถึงชอบกล่าวว่าชีวิตเป็นเรื่องแสนสั้น อยากจะทำอะไรต้องรีบทำโดยไม่ยั้ง แต่หากในความคิดส่วนตัวแล้ว สิ่งที่ตระหนักเสมอคือชีวิตคนเราช่างเป็นเรื่องแสนยาว ความลับในการดำเนินชีวิตในวันพรุ่งดูจะมีกลิ่นไอของเรื่องมหัศจรรย์ที่ท้าทายน่าค้นหา ไม่มีใครรู้ว่าอีกห้าวันต่อไปจะเกิดอะไรขึ้น เท่ากับที่ไม่มีใครรู้ว่าคนที่นั่งรับประทานอาหารตรงหน้าจะเป็นคนเดียวกับที่ถือดอกไม้มาเยี่ยมไข้ในวันที่ต้องเข้าโรงพยาบาลเมื่ออายุหกสิบหรือไม่ ดูราวกับคลื่นชีวิตจะเป็นหนึ่งในเรื่องลึกลับที่คู่ไปกับการหมุนรอบตัวเองของโลก การเจ็บป่วยในครั้งนี้ให้บทเรียนว่าการใช้ชีวิตให้คุ้มค่าโดยปราศจากความเสี่ยงในแต่ละวันเป็นสิ่งที่มีค่ายิ่ง การมีความฝันและความหวังทำให้การมีชีวิตอยู่ต่อไปมีความหมายมากมายเหลือคณานับ

พระพุทธองค์ตรัสเอาไว้เมื่อสองพันกว่าปีก่อนว่า ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน ยิ่งคิดไปก็ยิ่งอัศจรรย์ว่าคำสอนเมื่อสองพันห้าร้อยปีก่อนทั้งหลายทั้งสิ้นยังใช้การได้เสมอในปัจจุบัน บางทีสิ่งหนึ่งที่เป็นของขวัญล้ำค่าในชีวิตที่ละเลยไม่ค่อยได้พิจารณาให้ถี่ถ้วนอาจจะเป็นการที่มีโอกาสได้นับถือศาสนาพุทธ ยิ่งนานไปยิ่งค้นพบว่าคำสอนของพระพุทธองค์เป็นสิ่งอกาลิโกคือเป็นความจริงแท้ที่ไม่มีเงื่อนเวลากำหนด การเจ็บป่วยในครั้งนี้สอนว่าตนเป็นที่พึ่งแห่งตนอย่างแท้จริง ต่อให้ได้รับร้อยพันกำลังใจหรือหมื่นแสนความอารีแต่คนป่วยไม่มีกำลังใจฮึดสู้ ลุกขึ้นเดินเหินไปยังโรงพยาบาลหรือจัดการเดินเอกสารต่างๆด้วยตัวเอง อีกทั้งกลั้นใจกินยาประหลาดที่มีผลข้างเคียงให้ทรมานร่างกายเสียแล้ว โรคภัยก็คงจะไม่บรรเทาลงเป็นแน่ แต่ก็ปฎิเสธไม่ได้อยู่ดีที่น้ำใจที่ได้รับทำให้หัวใจมีความชุ่มชื่นมากขึ้น ไปรษณีย์มาเคาะประตูส่งแผ่นหนังเรื่องเพื่อนสนิทให้ถึงมือ หนังเรื่องนี้ถอดใจว่าหายไปเสียแล้วเพราะใช้เวลาเดินทางถึงสองเดือน อีกวันหนึ่งได้รับกล่องพัสดุบรรจุเครื่องหอมกำยานและซีดีเพลงบอซซ่าที่โปรดปรานจากเมืองไทย ควบคู่ไปกับโปสการ์ดสองใบจากเมืองภูเขาทางเหนือและเกาะสวยทางตะวันออก การเดินทางมาทักทายของน้ำใจข้ามประเทศทำให้หัวใจที่แห้งแล้งจากความเจ็บป่วยชุ่มชื่นขึ้นมาทันตาเห็น

ผลตรวจเลือดขนาดสามหน้าบอกคร่าวๆว่ามีความผิดปกติในหลายจุด แพทย์ไทยที่มารู้จักกันเพราะความมหัศจรรย์ในการเป็นบล๊อกเกอร์ให้ความช่วยเหลือในการอ่านผลเท่าที่ตัวย่อจะเป็นไปตามหลักสากล พบว่าองค์ประกอบของเม็ดเลือดแดงผิดปกติไปห้าส่วนในเจ็ดส่วน โดยเฉพาะที่เรียกว่าเม็ดเลือดแดงเล็ก เม็ดเลือดขาวก็ผิดปกติไปตัวหนึ่ง นอกจากนั้นก็ยังมีความผิดปกติอื่นๆอีกที่ไม่สามารถรู้ได้ว่ามีความหมายถึงอะไร เท่าที่พอประเมินได้ก็คือร่างกายนี้มีเลือดไหลเวียนอยู่น้อยยิ่งกว่าน้อย หากในวันเสาร์ที่ผ่านมาไม่ตัดสินใจไปโรงพยาบาลแล้วรับรองว่าจะต้องได้รับการให้เลือดอย่างแน่นอน จึงไม่น่าแปลกใจที่ยาที่หมอให้มีผลข้างเคียงรุนแรง และคนป่วยเองก็มีอาการมึนหัวหน้ามืดตลอดเวลา ได้แต่ภาวนาต่อไปให้ผลการตรวจเลือดที่ผิดปกติดังกล่าวมีสาเหตุเพียงเพราะเสียเลือดไปมากเท่านั้น ขออย่าได้มีเหตุอื่นๆเข้าแทรกแซงอีกเลย แต่ในรายการการตรวจเลือดก็มีผลการตรวจฮอร์โมนตัวหนึ่งที่มึตัวเลขสูงโดดกว่าค่าเกณฑ์ปกติ ก็ได้แต่หวังภาวนาอีกว่าอย่าได้เป็นอะไรมากมายเกินจะรับมือได้เลย

สถานทูตอังกฤษส่งพาสปอร์ตกลับคืนมาในวันพุธ วีซ่าหกเดือนกินระยะเวลาถึงเดือนกันยายน บอกกับตัวเองว่าจะต้องรีบหายเพื่อไปเดินเล่นท่องเที่ยวตามความฝันในสวนแห่งมหาวิทยาลัยออกฟอร์ดแบบเด็กหญิงอลิซ ไปเดินถ่ายรูปที่ baker street ถนนเส้นเดียวกับบ้านของเชอร์ลอกโฮมส์ อยากจะไปเบิกตากว้างๆมองดูหินตั้งๆนอนๆที่สโตนเฮจน์ แล้วกลับมากินข้าวเย็นกับพี่หญิงผู้เปี่ยมไปด้วยน้ำใจก่อนที่จะชักชวนกันไปเดินเล่นที่สวนคิวที่รับปากใครบางคนเอาไว้อยากจะนั่งจิบน้ำชาคุยเรื่องวิทยานิพนธ์กับอาจารย์ที่ปรึกษาที่ได้รับเชิญไปสอนที่เกรตบริเตนชั่วคราวที่ Oxford Street เที่ยวอังกฤษจนฉ่ำปอดแล้วจะเปลี่ยนทิศทางไปเที่ยวโรม อยากจะเขียนงานตามรอยนิยายดังอย่าง angel&demon ให้มีมิติชีวิตชีวา อยากจะไปเก็บเหรียญยูโรของวาติกันมาเป็นของขวัญให้พี่ชายที่เปี่ยมไปด้วยน้ำใจเอามาเติมเต็มสมุดสะสม อยากจะพาพ่อไปดูพระอาทิตย์เที่ยงคืนและท่องเที่ยวยุโรปเหนือด้วยกัน เหล่านี้เป็นความฝันมากมายที่จะต้องทำให้ได้โดยใช้ร่างกายที่แข็งแรงเป็นพื้นฐาน

ยาประหลาดที่ให้ทั้งผลโดยตรงและผลข้างเคียงจะหมดในวันนี้ หลังจากนั้นก็จะต้องรอให้หมอนัดไปคุยเรื่องผลตรวจเลือดซ้ำอีกหน คนป่วยเริ่มมองโลกสดใสขึ้นจนสามารถมาเขียนเล่าเรื่องส่งข่าวให้คนอื่นที่ถามไถ่ฟังได้ ไม่รู้เหมือนกันว่าผลเลือดจะอ่านได้ว่าเจ็บป่วยเป็นโรคอะไรร้ายแรงหรือไม่ แต่เมื่อมันเป็นไปอย่างนั้นแล้วก็ต้องรับสภาพการรักษากันต่อไป สิ่งเดียวที่จะทำได้ในระหว่างรอคอยคือการมีกำลังใจที่เข็มแข็งพร้อมที่จะเผชิญหน้ากับโรคภัยไข้เจ็บหนักหนาสาหัสในยามต้องใช้ชีวิตคนเดียวในดินแดนไกลบ้านเท่านั้น

samedi, mai 20, 2006

พลังหมด

กลับมาจากโรงพยาบาลด้วยความเหนื่อยล้า ห้าชั่วโมงที่ใช้ในโรงพยาบาลก็เป็นจำนวนเดียวกันกับนั่งอ่านหนังสืออยู่บ้าน นั่งเล่นอินเตอร์เนตหรือเขียนหนังสือเชิงสร้างสรรค์ แต่ก็น่าแปลกใจดีที่จำนวนชั่วโมงดังว่ากลับเป็นเวลาที่สร้างความกดดันจนระบบประสาทส่วนควบคุมความเครียดในกระโหลกศรีษะบิดตัวเขม็งเกลียว

ไม่คิดเหมือนกันว่าจะต้องมาเข้าโรงพยาบาลที่นี่ ใช้ชีวิตอยู่ที่บ้านเมืองนี้มาสองปีกว่าๆมีโอกาสปะเหมาะเดินเข้าไปในร้านขายยาเพียงสองครั้งจากเหตุน้ำมันกระเด็นจากการทำอาหารและปวดเมื่อยกล้ามเนื้อจากการวิ่งกระโดดโลดเต้น ออกจะไม่เคยคุ้นกับการเดินเข้าโรงพยาบาลนั่งรอให้นักศึกษาแพทย์ฝึกหัดมาเรียกไปสัมภาษณ์เบื้องต้น ก่อนจะออกมานั่งแพทย์เวรที่เสร็จจากงานผ่าตัดมาดูแลตรวจเชคสภาพร่างกายอีกครั้ง แล้วจึงได้ใบสั่งยาไปขอเบิกยาจากร้านขายยา อีกทั้งโทรศัพท์นัดตรวจเลือดชุดใหญ่ตามประสาคนร่างกายผิดปกติ

ประเทศฝรั่งเศสทำงานแยกชิ้นส่วนกันไปหมด หมอมีหน้าที่ตรวจและสั่งยา ร้านขายยามีหน้าที่จ่ายยา ร้านตรวจเลือดมีหน้าที่ตรวจเลือด ทุกคนมีเงื่อนไขต้องส่งผลไปยังศูนย์สุขภาพตามที่ผู้ป่วยลงทะเบียนแต่หนแรกเพื่อการวินิจฉัย หากพบว่ามีอาการไม่น่าไว้ใจ แพทย์จะลงมติให้ผู้ป่วยต้องไปรักษากับหมอเฉพาะทางตามคลีนิคเฉพาะที่มีที่ตั้งใกล้ๆบ้านผู้ป่วย ระบบแบ่งงานกันทำของฝรั่งเศสทำให้รู้สึกว่าการทำงานไม่ซ้ำซ้อนกันเป็นสิ่งที่ดีเหลือเกิน แต่ก็ปฎิเสธไม่ได้กับการจะต้องเดินออกจากที่โน่นที่นี่เพื่อปฎิบัติภารกิจให้เสร็จเป็นอย่างๆ ตรวจร่างกายเสร็จอ่อนระโหยโรงแรงก็ต้องตัดสินใจมาเลือกร้านขายยาข้างๆบ้านในการให้คำปรึกษารายละเอียดเรื่องกินยา พอได้ยาสี่กล่องเอามาไว้ในกระเป๋าให้อุ่นใจ ก็ต้องเดินต่อไปถึงห้องแลปในอีกมุมถนนเพื่อจะขอตรวจเลือด วันเสาร์ห้องแลปทำงานเพียงครึ่งวัน จึงทำได้อย่างมากแค่หยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาบันทึกเลขหมายเพื่อจะโทรมาถามวันเวลานัดได้ในวันจันทร์ ปฎิเสธไม่ได้ว่าคิดถึงบริการวันสต๊อปเซอร์วิสของบ้านเราขึ้นมาจับใจ

โชคยังดีอยู่ที่ว่าเป็นคนโชคดีสม่ำเสมอที่จะได้ติดต่อสื่อสารกับคนมีน้ำใจ นานแสนนานมาแล้วมีคนพูดว่าไม่ต้องเสียใจไปหากไม่มีคนรัก เพราะจงภูมิใจที่เป็นที่รัก จะว่าไปประโยคนี้ก็สวยงามทั้งเชิงภาษาและความจริงมากพออยู่ ไปติดต่องานโรงพยาบาลหนนี้พบคนมีน้ำจิตน้ำใจมากมาย ดูราวกับจะทำให้คนป่วยจิตใจห่อเหี่ยวกดดันคนนี้พอจะมีน้ำหล่อเลี้ยงใจขึ้นมาบ้าง ใครนะที่ชอบบอกว่าฝรั่งเศสเป็นเมืองไร้น้ำใจและไม่น่าอยู่ที่สุดในโลก จะขอบอกเลยว่าการเจ็บป่วยจนใจเสียครั้งนี้พิสูจน์ว่าโรงพยาบาลรัฐของฝรั่งเศสดูจะมีจิตใจในการบริการผู้คนมากกว่าโรงพยาบาลรัฐของไทยมากมายนัก ศัพท์ทางการแพทย์ที่คนป่วยไม่รู้ ดูจะไม่ทำให้แพทย์และผู้ช่วยแพทย์เบื่อหน่ายในการฟังคำอธิบายและทำความเข้าใจแม้แต่น้อย ใครกันที่บอกว่าฝรั่งเศสมารยาทย่ำแย่ไม่มีจิตใจบริการ เห็นทีการเข้าโรงพยาบาลเพียงหนแรกในวันนี้ก็ดูจะล้มล้างสมมติฐานได้หมดสิ้น

ในระหว่างรอคอยการนัดตรวจเลือดที่จะมาถึงในอีกสองวัน ความกังวลใจทำให้ร่างกายที่เหนือยหน่ายดื้อดึงไม่ยอมหลับพักผ่อน เจ้าพาราเซตามอนสองเม็ดไม่เห็นจะออกฤทธิ์ทำงานในวันนี้เหมือนเช่นทุกครั้ง ไม่อยากจะคิดกังวลไปว่าร่างกายที่ผิดปกติจนต้องใช้ยาระงับการไหลของเลือดเข้าควบคุมจะทำให้การออกฤทธิ์ของยาสามัญประจำบ้านเปลี่ยนแปลงไป พยายามขจัดความกังวลออกไปจากใจเมื่อบอกตัวเองว่า ผลการตรวจที่ออกมาค่อนข้างน่าพอใจเพราะไม่พบอะไรผิดปกติในช่องท้อง นอกจากร่างกายที่อ่อนแอมาก ควรแต่เพียงการนอนนิ่งและกินยาเพื่อให้เลือดหยุดไหลเท่านั้น อากาศในอาทิตย์นี้ก็ดูไม่เป็นใจ เหมือนมีลมพายุเข้ามาป่วนทำให้อากาศที่ควรจะแจ่มใสในตอนกลางฤดูใบไม้ผลิกลายเป็นอากาศหนาวลมแรงพัดผ่าน คนเสียเลือดก็มือเท้าเย็น หนาวกายแถมยังใจเสียเพราะกลัวจะนอนหลับแล้วหมดสติไม่รู้ตื่น โชคดียังพอมีอยู่บ้างที่มีเพื่อนบ้านใจการุณสอบถามอาการแถมทำอาหารอร่อยให้กิน รวมทั้งอาสาจับจ่ายซื้อข้าวของที่ต้องการให้ ไม่ใช่คนละเลยจนจะซาบซึ้งเพียงคำกล่าวว่าคนเราจะมองเห็นน้ำใจกันในยามยาก เพราะดีใจเสมอที่มีเพื่อนบ้านที่แสนดีแต่น้ำใจของเพื่อนบ้านในครั้งนี้ทำให้รู้สึกซาบซึ้งกับความสวยงามของมิตรภาพมากเกินพรรณานัก

ก่อนนอนเมื่อคืนพลังตกถึงขีดสุด จะนอนก็ไม่กล้านอนเพราะเหตุเสียเลือดมากจนกลัวจะช้อก นอนหลับไปก็ต้องตั้งนาฬิกาปลุกทุกสี่ชั่วโมงเนื่องด้วยกลัวหมดสติ พอตื่นขึ้นมาก็เครียดกังวลคิดไปสารพัด จนต้องมาพุดคุยกับศัตรูทางโปรแกรมมหัศจรรย์ให้ผ่อนคลาย ไม่ได้คุยเฉกเพื่อนกับศัตรูมานานแสนนานแล้วนอกเหนือไปจากธุระตามที่ควรจะเป็น ฆ่าเวลายามหัวรุ่งด้วยการโต้ตอบกับศัตรูก็ดูจะเป็นความคิดที่เข้าทีไม่เบา คงจะดีกว่านอนหลับลึกไปเพราะหมดสติเป็นแน่

แม่อยากให้กลับไปรักษาตัวที่เมืองไทย แต่ก็คงเป็นไปไม่ได้ เพราะจำต้องเข้าสู่ระบบการรักษาของหมอเฉพาะทางที่นี่ในอัตราสามอาทิตย์ต่อครั้ง โชคดีที่ประเทศฝรั่งเศสมีระบบบริการสังคมทำให้ภาระค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลเป็นเรื่องง่ายเพียงแค่บอกรหัสประกันสุขภาพ แต่จะรักษาดีแค่ไหนยังไง ที่ใดเล่าจะอบอุ่นเท่าบ้านที่เต็มไปด้วยความรักความห่วงใย ล้อมหน้าล้อมหลังไปด้วยน้ำจิตน้ำใจและความปรารถนาดีของเพื่อนฝูง แค่นึกก็น้ำตาพาลจะไหลทุกครั้งไปแล้ว

ไม่รู้เหมือนกันว่าจะเป็นการดีไหม ที่พยายามทำชีวิตให้เป็นเหมือนปกติ ใช้การเขียนหนังสือเพื่อเป็นการบำบัดความตึงเครียดที่นอนไม่หลับแม้ร่างกายจะแสนเหนื่อย และพยายามพูดคุยกับเพือนแบบปกติ ไม่พยายามรู้สึกว่าเป็นคนป่วยที่พลังหมดและต้องการการดูแลรักษามากมายนัก ร่างกายที่ไม่ปกติส่งผลให้จิตใจพลอยหดหู่คิดมากคิดมายไปด้วย เหม่อมองออกไปนอนหน้าต่างฟ้าก็มืดดำพาลให้พลังยิ่งตกเข้าไปใหญ่ ได้แต่สวดมนต์ภาวนาว่าขอให้หายจากภาวะร่างกายเจ็บป่วยและจิตใจหดหู่หมดพลังนี้โดยเร็ว

mercredi, mai 17, 2006

ไปดูมาแล้วจ้า




วะฮะฮะ วะฮะฮะ
สุดท้ายเราก็ได้ดู ดาวินชี่โค๊ดก่อนคนที่เมืองไทย
และขอแสดงความยินดีกับคนไทยทั้งหลายที่จะได้ดูดาวินชี่แบบไม่โดนตัดแล้ว (แหล่งข่าวบุญชิตรายงาน)
หนังเรื่องนี้เอาไปเลย สามดาวครึ่ง จากห้าดาว สาเหตุเพราะอะไร จะเล่าให้ฟัง
....

da vinci code เข้าที่ฝรั่งเศสตามโปรแกรมปกติ คือ วันพุธ หนังที่นี่จะเข้าทุกวันพุธ เชครอบหนังได้จากอินเตอร์เนท ซึ่งก็ทำงานกันเป็นทีมดีมาก พอนาฬิกาตรงเป๋งเข้าเที่ยงคืนหนึ่งนาที โปรแกรมหนังก็จะเปลี่ยนไปเป็นปัจจุบันไปเลย เรียกได้ว่าอัพเดทมากๆ เพราะถ้าไม่ตรงตามปัจจุบัน ในเนตก็จะมีให้ click โปรแกรมหน้า โปรแกรมหลัง ตามเรื่องตามราวของมันไป

หนังเข้าหนนี้ เข้าพร้อมๆกับการเปิดตัวเทศกาลหนังที่เมือง คานส์ ดารานำทั้งสอง คือ ทอม แฮงค์ และ สาวอองเดรย์ ตูตู ก็จับรถไฟยูโรสตาร์ที่ทำเป็นใบปิดเรื่องนี้ไปร่วมงานเปิดเรียบร้อยละ

เรียกว่าร่วมมือกันไปหมด รถไฟก็ยังทำเป็นรูปแฮนด์บิลล์เลย นักเรียนอังกฤษโปรดทราบ หากใครจะมาหาข้าพเจ้าที่ฝรั่งเศสโดยนั่งรถไฟมา โปรดถ่ายรูปมาให้ดูด้วย แต่หมายเหตุ : โปรดเชคราคาตั๋วเครื่องบินก่อนนะจ๊ะ บางทีอาจจะถูกกว่า ล่าสุดข้าพเจ้าเชคแล้วพบว่าเรือบินถูกกว่ามาก อย่าไปเชื่อยูโรสตาร์ที่หลอกว่าผ่านอุโมงค์ใต้น้ำ เพราะมันเป็นเหล็กๆ น่ะ มองไม่เห็นอะไรหรอก อย่าคิดว่ามันเหมือน underwater world ที่จะมีปลากระเบนมาเกาะ หรือมองเห็นอะไรใต้น้ำ

โรงหนังในฝรั่งเศสทำงานกันอย่างไม่เปลืองคน เพราะมีคนขายตั๋วคนนึง อยากดูอะไรก็ไปบอกเค้า มีส่วนลดสำหรับนักเรียน ซื้อตั๋วก่อนหนังเข้าสิบนาที แล้วก็เดินดุ่มๆเข้าไปตามโรง (salle) ที่บอกไว้ในตั๋ว เลือกหาที่นั่งเองตามชอบใจ หากโชคดี..บางทีอาจจะได้ดูคนเดียว ราวกับโฮมเธียร์เตอร์ที่บ้านก็เป็นได้ ต้องเลือกดีๆ บางรอบคนน้อย นั่งยกขายกแข้งสบายใจไป



ไปดูหนังหนนี้เป็นหนแรกที่ไม่ได้ไปคนเดียว เพราะพี่ข้างบ้านอยากไปด้วย แถมตอนหนังจะฉายก็เจอเพื่อนเก่าสมัยเรียน เลยได้คุยกันสนุกไปซะอีก ตอนก่อนไปดูเชคข่าวของเมืองไทยล่าสุด เห็นบอกว่าจะตัดออกสิบนาที พี่ข้างบ้านเลยอยากไปดูเพื่อมาอวดคนที่เมืองไทยว่าได้ดูดาวินชี่แบบไม่ถูกตัด เราก็เลยนัดเวลากันภายหลังจากเลือกโรงที่ฉายหนังเวอร์ชั่นออริจินัล เนื่องจากเราพบว่าหนังพากษ์มันไม่หนุก อีกอย่างบล๊อกเกอร์มีความเชื่อแบบแปลกๆว่า สื่อทุกสื่อจะดีที่สุดหากเป็นเวอร์ชั่นออริจินอล เช่น หนังฮอลลีวูด ก็ต้องพูดภาษาอังกฤษ มาพากษ์ฝรั่งเศสก็แปลก อะไรแบบนั้น ก็เลยตกลงกับพี่ข้างบ้านว่าเราจะไปดูเวอร์ชั่นอังกฤษแล้วมี sous-titre ฝรั่งเศสกันแทน จริงๆหนังพวกนี้มีโรงเฉพาะของมัน เพราะฝรั่งเศสชอบดูหนังพากย์ นี่แหละ เค้าถึงวิจัยออกมาแล้วว่าคนฝรั่งเศสไม่เก่งภาษาต่างประเทศไงล่ะ จริงๆนะ ภาษาอังกฤษของคนไทยยังดีกว่าอีก..ขอบอก..

เดินไปดูหนังก็วิจารณ์การตัดหนังของเมืองไทยไปตามเรื่อง มีความเห็นอย่างเดียวกับน้องโต tanuz ว่าทำไมต้องตัดด้วย มันแสดงให้เห็นถึงความไม่แยกแยะยังไงก็ไม่รู้ แปลกๆดี ก็พยายามเข้าใจว่าปกป้องสิทธิ หรือ ขัดศีลธรรม อะนะ แต่นะ..เมืองไทยเป็น "เมืองพุทธ" แท้ๆ ฝรั่งเศสเป็นคาทอลิกจะตายชัก โรงหนังนี่ก็อยู่ห่างจากโบสถ์ประมาณเดินสามสิบเก้า คนฝรั่งเศสก็มีอิทธิพลศาสนาเยอะจะตาย การตั้งชื่อก็อิงศาสนามาทั้งดุ้นแบบที่ว่าผู้ชายก็จะขึ้นต้นด้วย Jean ฝ่ายหญิงจะขึ้นด้วย Marie ส่วนคำหลังแล้วแต่อัธยาศัย อาจจะเป็น Marie- Claire, Jean-Pirre, Marie- Christine, Jean -Baptise ตามเรื่อง หรือไม่ก็ตั้งชื่อตามเซนต์ตามวันเกิด อันนี้ต้องไปเทียบกับปฎิทินดู เกิดวันไหนมีหมด แต่หากพบว่าเพศของคนเกิดกับเพศของเซนต์เป็นคนละเรื่องกันแล้ว ถึงจะเดือดร้อนหาชืออื่นมาตั้งแทน แต่เดี๋ยวนี้มีเทรนด์ใหม่ในสังคมฝรั่งเศสคือการเอาชื่อคนอเมริกันมาเป็นชื่อคนฝรั่งเศส แต่ก็ไม่ค่อยได้รับความนิยมมากนัก

จากรูป : ซ้ายสุด คือ โรงหนัง ขวาสุดสูงๆเป็นโดม คือ โบสถ์

คุยกันไปคุยกันมากับพี่ข้างบ้าน ก็เลยได้ข้อสรุปว่าสาเหตุที่หนังเรื่องนี้อาจจะถูกตัดในเมืองไทยก็อาจจเพราะว่าเรื่องข้อเท็จจริงกึ่งจริงกึ่งเท็จนี่แหละ คือ คนคริสต์ในเมืองไทยมีน้อย ถามถึงประวัติประเยซูก็อาจจะมีคนตอบได้น้อยมากๆ หากเราตั้งโจทย์ว่ารู้จักชื่อใครบ้างในพระคัมภีร์ คนจะตอบว่าอะไร?? ก็คงตอบว่ารู้จักโนอาห์ รู้จักใครอีก?? เซนต์ปีเตอร์ ?? เซนต์โจเซฟ ?? คือเหมือนกับว่าคนมีความรู้ด้านศาสนาคริสต์กันน้อยมากๆ การฉายหนังที่บิดเบือนข้อเท็จจริงจึงอาจทำให้มีการ leading กันไปไม่ถูกทางก็ได้ แต่ในทางกลับกัน หนังเรื่อง little buddha กลับไม่มีปัญหาในบ้านเรา เพราะว่าทุกคนเรียนวิชาพระพุทธศาสนามานานแสนนานจนไร้ข้อกังขาเรื่องประวัติพระพุทธองค์ไปแล้ว และหากจะมีข้อสงสัยถึงสถานะของพระพุทธองค์ ก็ดูเหมือนกับว่าทุกอย่างมีคำตอบไปหมด หากจะมีใครมาอ้างตัวว่าเป็นสายเลือดพระพุทธองค์ ก็แปลกไปเลย เพราะพระมเหสีก็ทรงออกบวชเป็นภิกษุณี พระราชโอรสราหุลก็เป็นสามเณร ดูเหมือนกับว่าจะสิ้นสงสัยเรื่องครอบครัวของพระพุทธองค์ที่ปวารณาตัวในบวรพุทธศาสนากันทั้งนั้น

สำหรับดาวินชี่โค๊ดเอง ก็อาจจะเป็นเหตุผลเดียวกัน คือ คาทอลิกรู้ประวัติดี และมีความเชื่ออันเหนียวแน่น หนังเรื่องเดียวจึงไม่สามารถมาสั่นคลอนความเชื่อได้ก็ได้ละมั้ง ดาวินชี่โค๊ดเลยดูจะได้รับการยอมรับมากๆที่ฝรั่งเศส เพราะนอกจากการเปิดตัวพร้อมกับงานเทศกาลหนังเมืองคานส์แล้ว ก็ยังเพราะว่าดาราเด่นหลายคนเป็นฝรั่งเศส แถมยังถ่ายทำในฝรั่งเศสอีก ไปดูจบกลับมาก็ยังแอบคิดว่าดูหนังฝรั่งเศส เพราะมีกลิ่นไอของฝรั่งเศสเยอะมากๆๆๆๆ

หนังเปิดตัวเหมือนหนังสือเปี๊ยบๆ คือ โซนิแยร์โดนสิลาสวิ่งไล่ล่าอยู่ในลูฟท์ แล้วโซนิแยร์ก็พยายามกระเสือกกระสนไปตามภาพโน้นภาพนี้เพื่อซ่อนปริศนาต่างๆไว้ให้คุณหลานตามหา ต่อมาก็ตัดฉากมาที่โซฟีที่เข้ามา ฯลฯ หนังดำเนินเรื่องไปโดยเคารพหนังสือมากๆ เก็บรายละเอียดของหนังสือได้ดีทีเดียว อย่างเช่น นาฬิการูปมิกกี้เม้าส์ของแลงดอน นาฬิกาโรเลกซ์ของนายธนาคารสวิส สำเนียงฝรั่งเศสของตำรวจ สำเนียงอิตาเลียนของบาทหลวงในวาติกัน คำอุทานของโซฟีตอนตกใจ สมาร์ทคาร์ สิลาสที่ตัวขาวเผือก บรรยากาศของโบสถ์เซนต์ ซุลปิส สำเนียงภาษาอังกฤษของคนฝรั่งเศส สำเนียงภาษาเสปน เรียกได้ว่าเรื่องนี้ทำได้เยี่ยมมากสำหรับความละเอียดด้านภาษา คนไหนฟังภาษาฝรั่งเศสออก ให้จับสังเกตกาออกเสียงตัว p, r, o, ของ โซฟี เพราะออกยังไงก็ยังมี accent ฝรั่งเศสอยู่ รวมทั้งการออกเสียงคำแบบมี liaison คือ เสียงเชื่อมในภาษาฝรั่งเศส ให้สังเกตคำว่า you did it เธอจะออกเสียงได้ต่อกันมากๆ ส่วนคำอื่นๆเธอก็จะยังติดออกเสียงแบบขากหลังแบบฝรั่งเศสที่ดี อันนี้ไม่ได้ติ แต่ชม เพราะทำให้ได้อรรถรสฝรั่งเศสมากๆ

มาดูน้ำหนักของตัวละครกันบ้าง หนังได้สร้างให้ ฌอง เรโนล์ เป็น เบซู ฟาช ที่โดดเด่น ฉลาด ดูแล้วรู้สึกว่าเก่งเฉียบกว่าแลงดอนด้วยซ้ำ แลงดอนในเรื่องเองดูไม่เฉียบเท่าไหร่ตอนแรกๆ แต่มาเฉียบตอนหลัง ส่วนคนอื่นๆนับว่าดีแล้ว แต่ยังไงหนังเรื่องนี้แม้จะดี คือ ทำเหมือนหนังสือเหมือนที่จินตนาการไว้ยังไง ก็ขาดอะไรบางอย่างที่สำคัญมาก สิ่งนั้นก็คือ ความเชื่อมโยงความเป็นดาวินชี่ คือ บรรยากาศของหนังทำให้ลืมไปเลยว่าการถอดรหัสมีส่วนเกี่ยวข้องอะไรกับลีโอนาโด ดาวินชี่ ที่สำคัญคนที่อ่านหนังสือจบไปแล้วจะได้ไอเดียถึงเรื่องราวของความลับและความทรงคุณค่าของความลับ ซึ่งหนังไม่สามารถสื่อออกมาได้ แต่กลับสื่อออกมาในแนวว่าการถอดรหัสนี้แสนง่าย โดยเฉพาะการถอดรหัสสองอันแรกที่ลูฟ ที่เขียนไว้ที่รูปที่ดาวินชี่วาด ซึ่งถ้าดึงออกมาจริงๆ คนดูจะสามารถสัมผัสความเป็น code da vinci ได้ดีมากๆ แต่หนังก็ไม่สื่อประเด็นนั้น ทำให้สรุปได้ว่าหนังนี่เป็นหนังที่ทำดี แต่ไม่ได้เข้ากับชื่อเรื่องแม้แต่น้อย โดนหักไปครึ่งดาว เพราะถือว่าชื่อหนังกับเนื้อเรื่องต้องสอดคล้องกัน

ยิ่งไปกว่านั้น หนังพลาดฉากสำคัญ คือ ฉากเฮียรอสกามอส ซึ่งเป็นจุดไคลแมกซ์ของเรื่องว่าทำไมโซฟีถึงเกลียดคุณตาและไม่อยากเจออีกเลย แต่หนังกลับกล่าวถึงเพียงน้อยนิดเองแถมไม่สื่ออะไรด้วย หวนให้นึกถึงหนังเรื่องที่ห้ามฉายในบ้านเรา คือ eyes wild shut ที่นิโคล คิดแมน แสดงกับ ทอม ครูส เป็นหนังที่มีฉากนี้เป็นตัวนำ และขอบอกว่าเป็นหนังที่ดีมากๆ ฉากเฮียรอสกามอสในหนัง ไม่ได้ดูแล้วสื่อถึงความอยากมีเพศสัมพันธ์เลย แต่เป็นฉากที่ดูแล้วปลงๆ ด้วยซ้ำเพราะบรรยากาศหนังพาไป เรียกได้ว่าการไปโฟกัสแค่บางฉากทำให้หนังดีๆอดเข้าไปฉาย..แต่นะ..มาตรฐานสมัยก่อนกับสมัยนี้มันต่างกัน การลืมฉากนี้ทำให้หนังโดนหักไปอีกครึ่งดาว

ประการที่สามหนังเปลี่ยนแปลงรายละเอียดของครอบครัวของโซฟี แต่กลับให้น้ำหนักของความอบอุ่นที่โซฟีอาจจะได้รับในอนาคตจากการดูแลของไพออรี่ออฟไซออนแทน บวกกับการดำเนินเรื่องการผจญภัยที่อังกฤษไม่สนุก บวกกับกุญแจของไพออรี่ที่ใหญ่เกินไป ไม่สวย โดนหักไปอีกครึ่งดาว รวมๆแล้ว โดนหักไป หนึ่งดาวครึ่งจากห้าดาว เลยได้ไป total = สามดาวครึ่ง ตามที่บอก

มีเรื่องขำเกี่ยวกับหนัง คือ มุขตลกของฝรั่งเศสที่คนฟังไม่รู้เรื่องอาจจะไม่ขำ คือการเล่นคำ s’il vous plait และสิ่งหนึ่งที่หนังเปลี่ยนไปคือการทิ้งรถของโซฟี ในหนังสือบอกว่าทิ้งไว้ที่ gare st. Lazarre แต่ในหนังบอกว่าทิ้งไว้ที่ gare du nord เพื่อให้สอดคล้องกับการจะออกเดินทางไป Lille ในหนังสือ เลยแอบดีใจที่จับผิดแดน บราวน์ได้และคนทำหนังเห็นพ้องด้วย วะฮ่าฮ่า

โดยสรุป หนังเรื่องนี้ทำได้ดีสำหรับคนที่อ่านหนังสือแล้ว แต่คนไม่อ่านอาจจะสนุกน้อยลง ดีไม่ดีอาจจะงงด้วย แต่ก็อย่าเชื่อมาก คนไหนยังไม่อ่าน (เช่น ratio scripta คนนิสัยดี) ก็ไปดูได้ แล้วมาคุยกันก็ไม่เสียหลาย จริงๆอยากดูเวร์อชั่นภาษาไทยเหมือนกันว่าจะแปล subtitle สนุกไหม จะคงศัพท์เฉพาะไว้อย่างไร ใครไปดูแล้วก็มาเล่าด้วยนะจ๊ะ

จบการอัพบล๊อกครั้งนี้ด้วยการฉลองชัยชนะของ Barcelone ก็แล้วกัน อันนี้มีข้อสงสัย..สงสัยว่า พี่เหยิน โรนัลดิงโญ่ น่ะ เค้าอารมณ์ดีโดยธรรมชาติ หรือ เพราะเค้าฟันเหยินเลยดูเหมือนสบายใจตลอดเวลากันแน่ เพราะเท่าที่เฝ้ามองมาเค้าเป็นนักบอลที่เล่นบอลดูมีความสุขมากๆ ไม่ว่าจะเตะไม่เข้า ไม่ว่าจะโดนดึง ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ไม่เคยเห็นอารมณ์เสียให้ดูเลย อันเป็นคุณสมบัติของนักกีฬาที่ดีนะ คนเราควรมีความสุขกับการเล่นกีฬามากกว่าจะไปโฟกัสกับผลสุดท้ายอย่างเดียว เหมือนพวกบอลไทยอินโด อะไรแบบนั้น ก็ขอแสดงความใสเจียกับทีมอาร์เซนอลด้วยนะจ้ะ

ขอได้รับฟามขอบคุณ : พี่ข้างบ้านกับรูปประกอบจ้ะ

mardi, mai 16, 2006

เรื่องทั่วไป

ไม่ขยันอัพบล๊อกเลยเดี๋ยวนี้ แต่ก่อนอัพแสนบ่อยจนมีนิรนามมาบอกว่า ว่างนักนะ ฮ่าๆๆๆ

ตอนนี้ไม่อัพเลย สาเหตุไม่มีอะไรมาก ก็แค่ไปติดใจการอ่านหนังสือ ไม่ได้อ่านหนังสือบ้าเลือดแบบนี้มานานแล้ว นับแต่เรียนจบเมื่อปีก่อน ตอนนี้ไฟการศึกษามาแรง เครื่องติดดี นอนกับปากกาไฮไลท์และกองชีทแทบทุกคืน ผ้าปูที่นอนก็เลอะเทะเป็นสีตามปากกา สีเหลือง สีชมพู สีเขียวบ้างตามเรื่อง อ่านหนังสือชีทต่อชีท บทความต่อบทความแล้วก็สนุกดี ได้ไอเดียเขียนงานวิชาการตั้งไว้เป็น list มากมาย และเหมือนสวรรค์แกล้ง พอเจ้าตัววิชาการมันถูกปลุก ตัวทางบันเทิงมันก็ไม่ค่อยมีบทบาท ทั้งๆที่จริงก่อนหน้านั้นออกจะมีไอเดียด้านบันเทิงออกมาเยอะแยะ ทั้งที่อยากมีเอง และทั้งที่อยากมีเพราะมีคนยุ โปรเจคแปลนิทานภาษาฝรั่งเศส โปรเจคการเขียนหนังสือให้ได้สามสิบตอนให้เสร็จปีนี้ กลายเป็นว่าพองานหลักเครื่องติดดี งานรองก็หายไป..ซะงั้น

เขียนไปเขียนมา เดี๋ยวคนตกใจว่าภาคบันเทิงหาย..จริงๆไม่ใช่เลย เพราะยังฟังเพลงแปลกๆ ดูหนังแปลกๆ เหมือนเดิม และได้ดูได้ฟังมากขึ้นทุกวัน ยังเขียนโปสการ์ดเหมือนเดิม และเขียนมากขึ้นอีก ยังส่งของขวัญไปให้คนนั้นคนนี้เหมือนเดิม ยังไรท์ซีดีเถื่อนให้คนนั้นคนนี้เหมือนเดิม ยังเล่นเอมเอสเอน ยังกินชา ยังป่วน เหมือนเดิม แต่ที่อาจจะมีมาใหม่คือ ความเซ็งหนังโปรโมต ความไม่เข้าใจบล๊อกบางบล๊อก อะไรแบบนั้น (ว่าไปนั่น แต่ก็ไปอ่านเค้าประจำ ฮ่าๆ)

ช่วงนี้เทศกาลหนังเมืองคานส์กะลังเป็น talk of the town เทศกาลนี้จะจัดขึ้นทุกปีในเดือนพฤษภาคมกลางๆเดือนค่อนๆไปปลายเดือน สำหรับปีนี้เริ่มในวันที่ 11 เทศกาลหนังทำให้ราคาที่พักที่คานส์สูงขึ้นมากๆๆๆๆ แบบเว่อร์สุดๆ

ตัวอย่าง - รร. ชั้นนอนได้ตามประสานักเรียนที่คานส์ ปกติราคาคืนละ 35-40€ ก็กลายเป็นประมาณ 60-80€ ไป แถมโรงแรมในเมืองตรงข้ามทะเล หรือ จะเลยไปนิด ต้องเดินหน่อยก็ราคาเท่ากันอีก ปกติ โรงแรมที่อยู่ในเมือง แถวๆสถานีรถไฟคานส์จะแพงกว่า ซึ่งก็ไม่แปลกเพราะสะดวกกว่ามาก

มีคนสงสัยเสมอว่า ทำไมต้องจัดที่ คานส์ ทำไมไม่จัดที่ นีซ เพราะนีซดังกว่า คนรู้จักมากกว่า คำตอบไม่มีอะไรมาก ก็แค่ว่านีซเป็นเมืองใหญ่คึกคักไป ไม่น่ารัก แต่คานส์เป็นเมืองเล็กๆ เดินได้ทั่วเมืองไปหมดในวันเดียว ค่าครองชีพถูกกว่ามาก และอาจจะเป็นแผนโปรโมตเมืองด้วยมั้ง จริงๆฝรั่งเศสมีความเชื่อว่า การไปเที่ยวทะเลหน้าร้อนต้องลงไปที่แถว french riviera คือ เมืองแถบ nice-cannes-antibes แม้ที่อื่นจะมีทะเลเหมือนกันก็ตาม แต่ฝรั่งเศสถือว่า "ไม่เดิ้น" เพราะแถวที่บอกเป็นสัญลักษณ์ของทะเลและคนมีเงิน การไปทะเลแถว montpellier หรือ แถว nantes จะถือว่าเป็นการไปทะเลปลอม อีกอย่างคนฝรั่งเศสเชื่อว่า ทะเล = ทะเลเมดิเตอร์เรเนียน เพราะฉะนั้นการไปแถว french riviera จึงเป็นของแท้ด้วยประการฉะนี้

แต่เหอะ..เทศกาลหนังเมืองคานส์นี่ทำให้ราคาโรงแรมพรุ่งพรวดๆๆ อย่างน่าตกใจจริงๆ ปีนี้เกาะติดมาก เพราะว่าตอนแรกตั้งใจจะไปเล่นน้ำทะเลที่คานส์ ติดอกติดใจมานานแสนนานละ เมืองมันสงบเหมาะกับการตากอากาศ ชื่อก็ไพเราะเหมือนสิ่งที่ยึดถืออยู่..ฮ่าๆๆ..ไปมาหนนึงแล้วก็ยังประทับใจไม่รู้วาย เลยว่าจะไปนอนเล่นซะหน่อย มิไยคุณพี่แถวเมืองทางใต้จะเสนอทะเลที่ nantes โดยบอกว่าถูกกว่าอย่างงั้นอย่างนี้ก็ตาม ก็ไม่อาจเปลี่ยนใจได้ เพราะนอกจากจะเป็นทะเลปลอมแล้ว เดินแถวทางเหนือไม่หนุกเท่าทางใต้ในตอนหน้าร้อน แต่ตอนนี้ก็เลยเวลาตัดสินใจไปแล้ว เพราะคานส์เต็มไปด้วยหนังๆ แพงเกินไป อีกอย่างมีโปรเจคทดแทนจะไปเที่ยวที่อื่นแล้ว อิอิ

เทศกาลหนังเมืองคานส์ มาพอดีกับการออกฉายหนังแสนดัง คือ ดาวินชี่โค๊ด หนังที่น่าสนใจเพราะอยากรู้ว่ามันจะทำเหมือนไหม แต่จากการดู handbill พบว่าใช้ได้ในการวางตัวละคร silas โซฟี และ โรเบิร์ต แลงดอน แต่ที่ไม่เห็นด้วยคือ การเอา ชอง เรโนล์ ไปเป็นเบซู ฟาซ เพราะว่าชอง เรโนล์ หล่อเกินไป ไม่เข้ากับคาแรกเตอร์ของฟาซที่หนังสือบรรยายไว้ นอกนั้นก็ไม่รู้แล้ว เลยอยากไปดูว่ามันจะทำดีไหม แต่ยังไงฝีมือการแสดงของ andrey toutou + tom hank คงการันตีได้ในระดับหนึ่ง

สาวฝรั่งเศสคนนั้น andrey toutou เป็นคนแถวนี้ คือ moulin แถมยังเป็นเพือนร่วมชั้นเรียนกับเจ้า dimitri เพื่อนสมัยเรียนเมื่อปีก่อนซึ่งตอนนี้ยังคุยกันเรื่องหนังกันได้เสมอ ดิมิทรี่ชอบดูหนังไทย และถูกใจ มนต์รักทรานซิสเตอร์ เป็นอย่างยิ่ง นี่ก็คิดถึงดิมิทรี่เหมือนกัน อยากให้มาดูเรื่องหมานคร ท่าจะชอบอีก เพราะเราสองคนเหมือนกัน คือชอบดูหนังสีสดๆ สีแรงๆตามประสาเป็นเอกที่ดี

การเข้าโรงของ ดาวินชี่โค๊ต กลับทำให้เกิดเรื่องน่าเบื่อประการหนึ่ง เพราะแฟนหนังสือ ซึ่งต่อไปก็คงเป็นแฟนหนังด้วย เชื่ออะไรมากเกินไป วันก่อนดูทีวี ก็มีเสนอข่าวเรื่อง เรื่องจริงของนิกาย โอปุส เดอี เดินไปซื้อหนังสือพิมพ์ ก็มีสกู๊ปเรื่องภาพเขียนของดาวินชี่ การให้สีของเสื้อผ้าที่สลับกันของพระเยซูและเมรี่ แมคเดอลีน เรื่องวาติกัน

เลยมีแฟนคลับงานของดาวินชี่เกิดขึ้นมาอีกมากหลาย ทั้งที่จริงดาวินชี่ก็อยู่มาตั้งนานละ คนอื่นจ๊าบๆในแนวศิลปะแนวเดียวกันก็มีให้ชอบอีกเยอะ เช่น แองเจโล หรือ บอติเชลลี่กับราฟาเอล ที่บล๊อกเกอร์แสนชอบ

ก็เลยคิดว่าหากจะเป็นนักเขียน แล้วเขียนหนังสือให้คนเชื่อได้อย่างแดน บราวน์ ก็คงดี เพราะตาคนนี้เขียนเก่งจริงๆ คือ อ่านแล้วอยากพลิกอ่านหน้าถัดไปไวๆ แถมใช้หลักจริงครึ่งเท็จครึ่งมาปั่นแล้วเขียนออกมาให้คนเชื่อได้ แดน บราวน์ มีเทคนิคการเขียนที่ดีมาก แต่นะ..มันก็คือนิยายแหละ ไม่รู้จะเชื่ออะไรกันนักหนา เฮ้อ...นี่ก็คืออีกเหตุผลหนึ่งที่ตอนนั้นรับปากพี่ป้องไปโดยไม่รีรอ ที่จะเขียนถอดโค๊ดดาวินชี่ให้โอเพ่น เพราะเรื่องจริงมันมีรายละเอียดไม่ใช่แบบนั้นน้า...

เรียกได้ว่า นิยายเล่มเดียว ทำให้อะไรๆ เปลี่ยนแปลงไปมากมาย ตอนนี้ list การทัวร์ปารีส ก็จะมีแนวว่า ตามรอยดาวินชี่ อะไรแบบนั้น รร.ริซท์ ก็จัดแพคเกจไปนอนที่ห้องที่เค้ามาถ่ายหนัง ลูฟก็ติดป้ายบอกว่า "งานนี้แหละจ้ะ ที่กล่าวถึงในดาวินชี่โค๊ด" ดาวินชี่ไปหมดเลย

ก็แปลกๆดี แต่ก็เบื่อเหมือนกัน ที่คนเชื่อนิยายมากมายนัก

ว่าแล้วก็ไปอ่านหนังสือต่อดีก่า กะลังไฟแรง อ้อ..เกือบลืม ผู้ที่สงสัยว่าทำไมข้าพเจ้าเป็นนัก กม. แต่เขียนบล๊อกแนวสายลมแสงแดด แลดูไร้สมอง โปรดทราบว่างานภาควิชาการของข้าพเจ้าไปลงไว้ที่อื่นนะจ๊ะ อยากรู้ไปตามกันเองเด้อ

ไปอ่านหนังสือดีก่า เพื่อ thèse ของเรา วะฮะฮะ

mercredi, mai 10, 2006

ว่าด้วยเรื่องสี

เพลง La vie en rose ถูกเลือกเล่นอีกครั้งโดยการจัดการของเจ้าโปรแกรมสมองกลในเครื่องเสียงสุดรัก กี่ครั้งกี่หนที่เสียงเพลงนี้ลอยล่องเข้าสู่ประสาทหู สองมือก็ไม่รอช้ารีบคว้ารีโมทมาทำการเปลี่ยนเพลง บอกไม่ถูกเหมือนกันว่าเหตุใดเพลงที่ทุกคนบอกว่าชอบกันนักหนาเพลงนี้กลับมิใช่เพลงโปรดเอาเสียเลย ไม่ว่าจะลองฟังมากี่หลายเวอร์ชั่น อาจจะเป็นเพราะรสนิยมส่วนตัวที่ไม่ฟังเพลงช้าจัดขนาดนั้นก็เป็นได้

แต่วันนี้อาจจะเป็นวันพิเศษ เพราะนอกจากยอมฟังเพลงนี้จนจบแล้ว ก็ยังมานั่งครุ่นคิดถามตัวเองว่าเหตุใดจึงไม่ชอบเพลงนี้ คิดไปคิดมาก็ไม่ได้คำตอบ นอกจากจะได้เหตุผลง่ายๆปลอบใจตัวเองว่าความชอบกับความชังมักไม่มีเหตุผลที่แน่นอน จะหาเหตุผลอะไรมาสนับสนุนความรู้สึกของจิตใจในบางครั้งดูจะเป็นเรื่องยากแสนยาก ตอบไม่ได้เหมือนกันว่าทำไมถึงไม่ชอบเพลงนั้น ไม่ชอบหนังเรื่องนี้ หรือไม่ชอบสีนั้น จิตใจของคนดูจะช่างซับซ้อนและคาดเดาได้ยาก คำถามเรื่องความรักความชังจึงน่าจะเป็นคำถามที่ตอบยากที่สุดในเกมส์ความสัมพันธ์ และคำตอบสุดท้ายของทุกเกมส์ความสัมพันธ์อาจจะมีแค่คำตอบง่ายๆว่าเพียงแค่ “เพราะชอบ” หรือ “เพราะไม่ชอบ” ก็ได้

เลิกล้มความอยากรู้เรื่องความรักความชัง เพราะจุดสว่างในใจเตือนตัวเองว่า เรื่องบางเรื่องจะรู้ไปก็เท่านั้น รู้ไปก็ไม่ได้ทำให้อะไรดีขึ้น เลยหยุดคิดหันกลับมาพิจารณาเจ้าเพลงต้นเหตุ La vie en rose แล้วก็พบอะไรบางอย่างว่า ในสำนวนภาษาของฝรั่งเศสเองดูจะมีการเล่นคำ rose อันมีความหมายถึงดอกกุหลาบและสีชมพู เอาไว้ไม่เพียงแค่สำนวนเดียวดั่งเพลงคือ La vie en rose ที่มักถูกถอดความเป็นชีวิตอันสุขสันต์ราวกับโรยด้วยกลีบกุหลาบเพื่อให้เข้ากับบริบทแบบไทยๆ ทั้งที่ความจริงแล้วสำนวนนี้แปลแบบฝรั่งเศสแท้ได้หมายถึงใช้ชีวิตอย่างการมองโลกในแง่ดี แต่คำว่า rose ยังอยู่ในสำนวนต่างๆมากมาย โดยมีบริบทหมายถึงความร่าเริงสุขสันต์ คนฝรั่งเศสใช้คำนี้ในการติชมซึ่งกันและกันในบริบทคือ C’est pas rose เพื่อจะบอกว่าไม่ดีหรือไม่ทันสมัย ในสำนวนกฎหมายเอง เราใช้ La vague rose ในการกล่าวถึงระบบการปกครองหรือแนวคิดแบบสังคมนิยม และในสำนวนแบบเหน็บแนมที่ฝรังเศสถนัดนักก็ใช้ rose ในการบอกเล่าถึงเรื่องเกี่ยวกับเพศหรือสื่อลามกโดยใช้คำว่า messageries roses คู่คี่ไปกับคำว่า message Thaï อันเป็นกระจกสะท้อนมุมมองประเทศเราในสายตาคนต่างชาติได้ในมุมมองหนึ่ง

นอกจากฝรั่งเศสจะเคารพความมีอยู่ของสีสันจากการหยิบจัดเสื้อผ้าสีวันตัดกันมาใส่เดินเฉิดฉายในถนนยามพระอาทิตย์ขึ้นสูงแล้ว สำนวนฝรั่งเศสจำนวนมากยังมีที่มาจากการให้สี ซึ่งจะพบมากในหนังสืองานวรรณกรรมและเพลงฝรั่งเศส ตลอดจนการให้สีในหนังก็เป็นการบอกแนวหนังที่จะได้รับชมได้ Amélie เป็นหนังฝรั่งเศสที่น่าจะหยิบเอามายกตัวอย่าง ใบปิดหนังเรื่องนี้ใช้สีเขียว ซึ่งเป็นสีที่คนฝรั่งเศสเชื่อว่าเป็นสีแห่งความมีชีวิตชีวา ส่งผลให้ปากกาสีเขียวในประเทศนี้ขายดีพอๆกับหมึกสีดำและหมึกสีน้ำเงิน นักการตลาดฝรั่งเศสได้ผลิตปากกาหมึกซึมขายพร้อมใส้หมึกสีเขียวมาหลอกขายเด็กได้มากมายนักต่อนักในแต่ละปี สีเขียวยังมีความหมายได้อีกถึงระบบนิเวศวิทยา และฤดูใบไม้ผลิ จนกระทั่งมีสำนวนเล่นคำของฝรั่งเศสออกมาเป็นคำคล้องจองว่า Chaque printemps, la nature verdit, on voit beaucoup de verdure, la compagne est verdoyante. ซึ่งแสดงให้เห็นสีเขียวที่แต่งแต้มในทุกอนูของธรรมชาติ คนไหนที่ปลูกต้นไม้เก่งจะโดนเรียกขานว่า la main verte อันเทียบได้กับสำนวน “มือเย็น” ของบ้านเรา สำนวนการให้ไฟเขียว อันหมายถึงการได้รับอนุญาตให้ทำอะไรบางอย่างก็มีในบริบทสีเขียวของฝรรั่งเศสด้วย ในคำว่า le feu vert หรือ green light ในภาษาอังกฤษ

หากสีเขียวจะถูกนำมาใช้ในความหมายไม่ดี เราจะพบคำว่า vert de jalousie อันหมายถึงการหึงหวง หรือ การอธิบายสถานการณ์ที่ผ่านพ้นไปยากด้วยสำนวนว่า j’en ai vu des vertes et des pas mûres โดยเปรียบเทียบสีสันของผลไม้ดิบ(ซึ่งกินยาก)และผลไม้สุก(ที่พร้อมกิน)

สีหนึ่งที่พบง่ายในสำนวนฝรั่งเศสและคุ้นเคยกับคนต่างชาติเสมอ คือ สีน้ำเงิน คนรักกีฬารู้จักที่จะตระโกนร้องเชียร์ทีมชาติฝรั่งเศสด้วยคำว่า les bleus อันหมายถึงสีเสื้อของทีมชาติฝรั่งเศส คำนี้ใช้เสมอในทุกสื่อและในทุกกีฬาที่ฝรั่งเศสยืนยันสีเสื้อทีม คำว่า carte bleue ก็เป็นอีกคำที่รู้จักกันในประเทศนี้ดี เพราะเรียกชื่อตามสีของบัตรเครดิตแบบระบบฝรั่งเศส นั่นคือเป็นทั้งบัตรเอทีเอม บัตรเดบิต และบัตรเครดิต ได้ในตัวเดียว สำหรับการแสดงอารมณ์คำว่า bleu หมายถึงคนทีมีอารมณ์อ่อนไหวมากๆ และ คำว่า bleu de travail ก็มีความหมายถึงแบบฟอร์มชุดทำงาน

สีแดง เป็นสีที่ฝรั่งเศสมีความเชื่อแปลกๆว่าเป็นสีที่ไม่เหมาะกับรถ เพราะจะทำให้รถนั้นประสบอุบัติเหตุง่าย รถยนต์ของฝรั่งเศสจึงมีสีเข้มๆเสียเป็นส่วนใหญ่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสีน้ำเงินอันหมายถึงสีประจำชาติ สีแดงเป็นสีที่น่าสนใจอีกสีหนึ่งถึงคำเรียกขานแห่งสี เพราะบ้านเรามีคำว่า แดง แดงเลือดหมู แดงเลือดนก ในขณะที่ฝรั่งเศสถือว่าสีแดง คือ สีแดงสด แต่สีแดงเข้มของบ้านเรา จะถูกฝรั่งเศสเรียกขานว่า Bordeaux ซึ่งเป็นสีเดียวกับไวน์ ฝรั่งเศสถือกันว่า rouge กับ bordeaux ไม่ได้เป็นสีเดียวกัน !!! ซึ่งจริงๆแล้วตลาดไวน์ฝรั่งเศสตอบคำถามนี้ได้ เนื่องจากไวน์ rouge หรือไวน์แดง มีอยู่หลายเจ้ามิได้มีเพียงจาก bordeaux เพียงที่เดียว บริบทของสีแดงจึงมักเป็นคำที่ไม่ค่อยจะดีนักอย่างเช่น dans la rouge แปลว่าบัญชีติดตัวแดง หรือ rouge de honte แปลว่าโกรธง่าย จะมีอยู่เพียงคำเดียงที่คิดออกในตอนนี้ก็คือคำว่า poisson rouge อันหมายถึงปลาเป็นที่ซื้อมาเพื่อเลี้ยงในตู้ปลา

สีโปรดของนักกฎหมายคงจะหนีไม่พ้นสีดำ จากสำนวนที่นักกฎหมายนำมาใช้อยู่เสมอคือ c’est écrit noir sur blanc อันมีความหมายถึงความชัดเจนในตัวบทกฎหมายหรือคำอธิบายหรืออะไรก็แล้วแต่ นอกจากนั้น noir ยังถูกนำมาใช้ในเรื่องของการผิดกฎหมาย อันเป็นสำนวนเดียวกับ “ตลาดมืด” ของไทย คือ marché noir คำว่า l’humour noir มีความหมายถึงตลกที่เป็นเรื่องเศร้า และคำว่า nuit noir หมายถึงการนอนหลับยาว ตรงกันข้ามกับ nuit blanche อันหมายถึงไม่ได้นอนมาทั้งคืน

สีขาวดูจะเป็นสีสุดท้ายในสำนวนฝรั่งเศสที่พอจะนึกออกในตอนนี้ เป็นสีที่ถูกพูดถึงเสมอในวงการอาหารจาก la viande blanche อันหมายถึงเนื้อสัตว์สีขาวอย่างเนื้อลูกวัวหรือเนื้อสัตว์ปีก และ le pain blanc อันหมายถึงขนมปังขาวไม่ใช่ขนมปังแบบชีวจิต รวมทั้งการเปรียบเทียบสีขาวว่าขาวเหมือนผ้า หรือ blanc comme un linge ในการกล่าวถึงหน้าซีดหรือสติที่ไม่ค่อยเต็มร้อยจากการอดนอน แต่ใช้ blanc comme neige ในการเปรียบเทียบสีขาวในเรื่องทั่วๆไป สีขาวยังเป็นอีกสีที่แสดงถึงความไม่มี ในสำนวน voté blanc คือการไม่ลงคะแนนเลือกใคร และ un bulletin blanc ในการกล่าวถึงการสิ้นผลของใบรายงานหรือบัตรลงคะแนนเลือกตั้ง

ฝรั่งเศสดูจะเป็นประเทศแห่งสีสันทั้งในท้องถนนและในภาษาของตัวเอง เดินออกไปจากบ้านเจอคุณยายมาดามแต่งกายด้วยสีแดงหรือสีเขียวทั้งชุดไม่เว้นแม้แต่รองเท้ากระเป๋าสร้อยคอและต่างหูรับหน้าร้อนก็อดอมยิ้มไม่ได้ เมื่อไหร่หนาสังคมไทยจะยอมรับการแต่งการเจ็บๆของผู้สูงอายุเสียที สงสัยเมื่อไหร่ที่อายุถึงเกณฑ์ที่จะถูกเรียกว่าเป็นผู้สูงอายุ เห็นทีจะต้องทำการปฎิวัติเสียหน่อยแล้ว

samedi, mai 06, 2006

เรื่องของแรงบันดาลใจ

บทสนทนาเรียบง่ายฝึกความเคลื่อนไหวของปลายนิ้วสัมผัสจบลงขณะเข็มสั้นยาวของนาฬิกาบอกเวลาสามนาฬิกาเศษ ลมย่ำรุ่งในฤดูใบไม้ผลิไม่รุมเร้ากรีดผิว แต่หากกลับเป็นความเย็นฉ่ำสดชื่นพร้อมกับความอบอุ่นในหัวใจ

ในเวลาสามนาฬิกาเศษที่หลายคนกำลังหลับไหล หลายคนกำลังคร่ำเคร่งกับการอ่านหนังสือทำวิทยานิพนธ์ตามหน้าที่ของนักเรียนที่ดี หลายคนอยู่ในระหว่างอาบน้ำชำระล้างร่างกายที่เหน็ดเหนื่อยมาตั้งแต่เวลาหกโมงเย็นจากการเริ่มเปิดทำการของภัตตาคาร หลายคนกำลังสำเริงสำราญอยู่ในสถานบันเทิงรายล้อมด้วยสุราหลายประเภท เวลาสามนาฬิกาเศษดังกล่าวกลับเป็นเวลาเดียวกันกับที่คนสองคนจบบทสนทนายามค่ำคืน

คงจะเป็นการยากที่จะกำหนดนิยามของคู่สนทนา กำหนดวัยและจำกัดอายุที่คู่สนทนาทั้งสองฝ่ายจะต้องมี นิยามของระยะเวลาในการสนทนากันแต่ละครั้ง อีกทั้งระยะทางไกลแห่งการเดินทางของบทสนทนา คงจะเป็นการยากยิ่งกว่าที่จะกำหนดด้วยหลักเกณฑ์สั้นๆถึงเรื่องราวแห่งการสนทนา

บทสนทนาที่มักจะเริ่มต้นด้วยการทักทายแบบง่ายๆ แล้วต่อไปเรื่อยถึงการถามไถ่สารทุกข์สุขดิบ การเล่าเรียนศึกษาชีวิตอันเงียบเหงาเปล่าเปลี่ยวในต่างแดน วัยหนุ่มสาวคงหนีไม่พ้นเรื่องราวของกล้ามเนื้อขนาดเท่ากำมือที่แอบซ่อนตัวอยู่ในอกข้างซ้าย ใครกันนะที่ให้นิยามว่า การเปิดเผยความเป็นส่วนตัวในเรื่องดังกล่าว มีความหมายในเชิงจิตวิทยาได้ว่าคู่สนทนาทั้งสองเริ่มมีความสนิทสนมใกล้ชิดกันเป็นพิเศษแล้ว

บรรยากาศเรื่องเศร้าควรจะถูกพัดผ่านออกไปด้วยบทลงท้ายที่บ่งบอกถึงการทำใจให้ไม่ยึดติดกับสิ่งที่ผ่านเข้ามาและผ่านออกไป เรื่องที่สรรหามาคุยกันในวาระต่อไปควรจะเป็นบทเรื่องราวของการเปิดเผยความชอบและความฝัน

น่าประหลาดที่สมองของคนเรามีซอกหลืบเล็กๆสำหรับการบรรจุความฝันเสมอ ไม่ว่าภาระกิจที่มีอยู่จะมากมายหนักหนาสักเท่าไร อายุอานามที่เพิ่มขึ้นตามฤดูกาลการหมุนเวียนผลัดเปลี่ยนใบของต้นไม้ หรือจะเป็นเวลานานแสนนานนักหนาที่ความฝันถูกฝังกลบลงไป แล้วถูกกระตุ้นให้มีชีวิตขึ้นมาใหม่อีกครั้งจากปรากฎการณ์อะไรบางอย่างหรือคนบางคน

คำถามที่น่าขบคิดเสมอคือ ความฝันเป็นสิ่งจำเป็นในชีวิตหรือไม่ บ่อยครั้งเหมือนกันที่สงสัยและอยากได้คำตอบว่าจะดีกว่านี้ไหมหากไม่มีความฝัน ความฝันอยากท่องเที่ยวไปมองชมสถานที่ต่างๆที่เคยอ่านผ่านตามาในวัยเด็กดูเหมือนจะเป็นตะกอนตกอยู่ภายในจิตใจมานานแสนนาน รอคอยเวลาที่จะมีเหตุการณ์ใดพัดผ่านตะกอนที่นอนก้นขึ้นมาแผ่ตรงหน้า ส่งผลให้มีการคำนวณเงินออมที่ต้องใช้ในการท่องเที่ยวดูชม และคำนวณถึงผลได้เสียจากการกระทบกับการเล่าเรียนศึกษาที่ตกปากรับคำเซ็นสัญญากับทางราชการว่าจะต้องทำให้สำเร็จ แต่หากอยู่อย่างคนไร้ความฝัน ไม่ได้สัมผัสกับความลุ่มลึกของจิตใจและความผิดหวังในการไม่ได้ทำดังฝัน เงินเก็บออมทั้งหลายก็คงมีจำนวนมากพออยู่สำหรับการจับจ่ายหรือลงทุนในโครงการเล็กๆ ทางไหนจะเป็นคำตอบที่ดีจากคำถามที่มีว่าความฝันเป็นสิ่งจำเป็นในชีวิตหรือไม่ ความฝันที่ในบางครั้งเป็นเพียงโครงการเล็กๆสั้นๆ อย่างเช่นการเขียนเรื่องสั้นกึ่งจริงกึ่งเท็จบอกเล่าเรื่องราวการท่องเที่ยวที่ประทับใจ การนัดกันรับประทานอาหาร การพบปะเพื่อนฝูงของกันและกัน รวมทั้งถึงการแลกเปลี่ยนมุมมองถึงดินแดนแห่งความฝันของคนสองคน

ในวัยเลยเบญจเพศที่พานพบคู่สนทนาที่หลากหลาย มีหลายคนที่ความฝันตรงกันและอีกมากหลายที่ความฝันแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง บุคคลในกลุ่มประเภทหลังเป็นบุคคลคนละกลุ่มความฝันคนละขั้ว และแลดูจะต้องระมัดระวังปกปิดไม่ให้พวกเขาทราบว่าคู่สนทนาผู้นี้มีความฝันว่าอย่างไรหากไม่ต้องการจะเสี่ยงกับความรู้สึกว่าเป็นคนมีความฝันลมแล้ง นักศึกษาปริญญาเอกในวัยนี้ควรจะมีความฝันในการขับเคลื่อนวงการกฎหมายไทยจากการรีบเล่าเรียนให้จบในเวลาสั้น มิใช่การอนุญาตให้จิตใจเพ้อเจ้อล่องลอยไปกับความฝันที่แลดูไร้สาระและแลดูเป็นขั้วตรงข้ามกับความตั้งใจศึกษาเล่าเรียน

หลายคนจึงมีความลังเลตั้งแต่จะเริ่มมีความฝัน ดูเหมือนว่าในบริบทของคนบางคน ความฝันดูเป็นสิ่งที่ทำลายความเชื่อมั่นในระบบความคิด เป็นสิ่งที่โหดร้ายรุนแรงหากจะมีขึ้น เพียงเพราะความเชื่อที่ว่าความฝันเป็นสิ่งทำลายแนวการดำเนินชีวิตแบบเดิมๆ จึงทำให้ฉงนใจเสมอว่า เหตุใดคนเหล่านั้นจึงไม่เอาความฝันมาเป็นแรงผลักดันให้มีพลังในดำรงชีวิต การตั้งความฝันไว้เป็นเรื่องสุขใจแต่หากทำไม่ได้ดังนั้นก็มิใช่เรื่องที่จะไปโทษชะตาชีวิต คนเรามีความหลายหลายและถูกสร้างมาให้ทำหน้าที่แตกต่างกัน หากเมื่อใดที่สามารถทำตามความฝันได้ก็น่าจะเป็นช่วงเวลาที่หัวใจพองโตและเต้นแรงจากความอิ่มเอิบและดื่มด่ำ

บทสนทนากับคู่สนทนาบางคนจึงอาจจะเป็นเพียงการบอกเล่าสารทุกข์สุขดิบและวิจารณ์สถานการณ์บ้านเมืองหรือถามไถ่ข่าวคราวคนรู้จัก หากเป็นเรื่องราวที่หญิงสาวคุยกันก็คงจะหนีไม่พ้นแหล่งชอปปิ้งแห่งใหม่หรือเทรนด์เสื้อผ้าสีสันสดใสรับหน้าร้อน แต่สำหรับกับคู่สนทนาบางคนที่โชคชะตาพัดพามาให้วงจรชีวิตทับซ้อนหลืบเหลื่อมกันแล้ว บทสนทนาถึงความฝันในวัยเยาว์ หรือ ความฝันที่แอบซ่อนไว้ไม่ได้ประกาศบอกใครมากมายนักด้วยเกรงว่าจะถูกขบขัน กลับเป็นเรื่องราวพิเศษที่สามารถแลกเปลี่ยนกันได้เสมอไม่ว่าโอกาสใดที่โลกของคนสองคนหมุนเข้าหากัน

บางทีอาจจะน่าขอบคุณโชคชะตาที่พัดผ่านเข้ามาให้พบกับคนที่มีความฝัน แม้จะเหมือนบ้างหรือต่างกันบ้าง แต่มีความเข้าใจในการมีความฝันและดื่มด่ำกับความฝัน รวมทั้งการรอคอยระยะเวลาและโอกาสที่จะทำให้ความฝันนั้นเป็นจริง ไม่รู้เหมือนกันว่าศัพท์ภาษาไทยกำหนดนิยามความสัมพันธ์ประเภทนี้ไว้ว่าอย่างไร ดูราวกับว่าภาษาที่ใช้ในการเขียนหนังสือที่แสนคุ้นเคยและเป็นภาษาแรกที่พูดได้นี้ ดูจะแคบและติดขัดไปถนัดใจเมื่อถูกป้อนคำถามเรื่องนิยามของความสัมพันธ์

แม้ไม่ใช่เรื่องราวที่เคยอยู่ในความฝันมาก่อน แต่การพบคนเช่นดังว่าก็อาจจะเรียกขานได้ว่าเป็นหนึ่งในที่มาของแรงบันดาลใจ น่าดีใจเหลือเกินที่โลกนี้ยังมีคนที่มีความฝันและเข้าใจความฝัน น่าปลาบปลื้มที่แรงบันดาลใจเป็นเพียงคนหนึ่งที่เราจับต้องได้แม้จะอยู่กันไกลแสนไกล ความสัมพันธ์กันระหว่างแรงบันดาลใจและความฝันจึงอาจจะมีเพียงว่า การแบ่งปันความฝันทำให้พบแรงบันดาลใจ แต่หากจะทำให้แรงบันดาลใจมาเป็นความฝันก็ดูเหมือนจะเป็นเรื่องที่ลำบากลำบนเอาการ ต้องใจพลังใจสูง แถมการพลาดฝันในครั้งนี้อาจจะทำให้ชีวิตปัดเป๋ไปอย่างคาดไม่ถึง

เพราะบางทีแรงบันดาลใจอาจจะหาได้ยากกว่าความฝัน นอนหลับไปในแต่ละคืนก็พบกับความฝัน จะเป็นฝันดีฝันร้าย หรือฝันบอกเหตุอย่างไรก็ยังนับได้ว่ากลไกของมนุษยชาติหลีกหนีกับความฝันไม่ออก หากลืมตาตื่นมองดูหนังสือรูปถ่ายก็มีความฝันอยากไปโน่นมานี่ พูดคุยกับเพือนฝูงญาติสนิทเพียงเล็กน้อยก็สามารถเรียกเอาความฝันที่แอบตัวอยู่เงียบๆออกมาเล่าสู่กันฟังได้ ในขณะที่แรงบันดาลใจอาจต้องใช้อีกนานแสนนานในการค้นหา หากชีวิตมนุษย์ถูกสร้างสรรค์มาจากมือที่มองไม่เห็นให้มีสิทธิได้พบอะไรและเลือกอะไรได้เป็นบางอย่างแล้ว การตัดสินใจเก็บรักษาคงไว้ซึ่งแรงบันดาลใจดูจะเป็นสิ่งที่ดีกว่าการเก็บรักษาความฝัน แรงบันดาลใจที่กรุ่นอยู่ในหัวใจสามารถเรียกความฝันที่หลงทางสะเปะสะปะกลับมาตีแผ่ตรงหน้าได้เสมอ

และหากแรงบันดาลใจจะมีที่มาจากการแบ่งปันความฝันจริง ก็น่าจะขอบคุณตัวเองที่เป็นคนมีความฝันและขอบคุณโชคชะตาที่พัดพาไปให้พบกับคนที่มีความฝันเฉกเดียวกัน ทำให้ไม่รู้สึกว่าตัวเองแปลกแตกต่างจากผู้อื่นนักในการกล้าหาญที่จะมีความฝันและทำตามความฝัน และน่ายินดีที่พบว่าแรงบันดาลใจยังอยู่ใกล้ๆกับเราเสมอไม่ว่าจะเป็นฐานะใดและในพิกัดองศาใดของโลก

ขอบคุณโชคชะตาที่พัดพาแรงบันดาลใจเข้ามาและน่าขอบคุณมากกว่าที่เรามีความฝันที่แบ่งปันกันได้เสมอ หวังเป็นอย่างยิ่งว่าในบางความฝันที่เรามีตรงกันจะเปล่งประกายเจิดจรัสอยู่ในห้วงคำนึงของเรา รวมทั้งมีโอกาสที่จะได้ผจญภัยในความฝันเดียวกันในเร็ววัน แต่หากจะลำบากจะลำบนเพราะการรอคอยเวลาที่ตรงกันหรือโอกาสที่เหมาะเพื่อทำตามความฝันแล้ว เห็นทีต่างคนจะต้องต่างดำเนินการตามความฝันแล้วมาเล่าสู่กันฟังจะดีกว่า เพราะอย่างไรเสียก็ต้องมีซักวันที่เราได้ดำเนินการตามความฝันด้วยกันแม้ว่าวันนั้นจะอยู่ไกลแสนไกล แต่ก็คงจะดีที่เรายังคงมีความทรงจำถึงความฝันที่เคยแบ่งปันกันอยู่เสมอมิใช่หรือ